สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น (Two Layer) คืออะไร?

ปัญหาที่เจ้าของแบรนด์จำนวนมากเจอเหมือนกันคือ “พื้นที่บนฉลากไม่พอ” โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารเสริม วิตามิน และเครื่องสำอาง ที่ต้องใส่ข้อมูลตามกฎหมายจำนวนมาก เช่น ส่วนประกอบ วิธีใช้ เลข อย. หรือคำเตือนต่างๆ แต่ความจริงแล้ว มีวิธีเพิ่มพื้นที่ข้อมูลได้ถึงสองเท่า โดยไม่ต้องเปลี่ยนขนาดขวดหรือแพ็กเกจเลย นั่นคือการใช้ **สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น** หรือที่เรียกว่า sticker two layer
ฉลากรูปแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะช่วยแก้ปัญหาทั้งเรื่องข้อมูลและภาพลักษณ์สินค้าในเวลาเดียวกัน

สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น คืออะไร

สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ถูกออกแบบให้ “เปิดอ่านได้” โดยมีแผ่นสติ๊กเกอร์ซ้อนกันอย่างน้อย 2 ชั้น ชั้นบนสามารถยกเปิดหรือดึงลอก (peel off) เพื่อเผยข้อมูลที่อยู่ด้านในได้ ทำให้ใส่รายละเอียดได้มากขึ้น โดยไม่ทำให้หน้าฉลากหลักดูแน่นหรือรกเกินไป
สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ถูกออกแบบให้ “เปิดอ่านได้” โดยมีแผ่นสติ๊กเกอร์ซ้อนกันอย่างน้อย 2 ชั้น ชั้นบนสามารถยกเปิดหรือดึงลอก (peel off) เพื่อเผยข้อมูลที่อยู่ด้านในได้ ทำให้ใส่รายละเอียดได้มากขึ้น โดยไม่ทำให้หน้าฉลากหลักดูแน่นหรือรกเกินไป

สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น คือฉลากที่ถูกออกแบบให้ “เปิดอ่านได้” โดยมีแผ่นสติ๊กเกอร์ซ้อนกันอย่างน้อย 2 ชั้น ชั้นบนสามารถยกเปิดหรือดึงลอก (peel off) เพื่อเผยข้อมูลที่อยู่ด้านในได้ ทำให้ใส่รายละเอียดได้มากขึ้น โดยไม่ทำให้หน้าฉลากหลักดูแน่นหรือรกเกินไป เหมาะกับสินค้าและแบรนด์ที่ต้องการความเรียบร้อยระดับพรีเมียม พร้อมความครบถ้วนของข้อมูล เช่น ส่วนผสม วิธีใช้ คำเตือน เลขจดแจ้ง หลายภาษา หรือข้อมูลที่ต้องการซ่อนไว้เฉพาะจุด

ถ้าเรียกเป็นสากล จะพบคำว่า “สติ๊กเกอร์ two layer” หรือ “sticker two layer” ซึ่งมีแนวคิดเดียวกันคือเพิ่มพื้นที่สื่อสารบนฉลาก โดยให้ผู้บริโภคเปิดอ่านได้เองเหมือนแผ่นพับขนาดเล็ก

สติ๊กเกอร์สองชั้นต่างจากสติ๊กเกอร์ปกติยังไง

  • สติ๊กเกอร์ปกติ: พื้นที่ข้อมูลจำกัดอยู่หน้าเดียว หากข้อมูลเยอะจะทำให้ตัวหนังสือเล็ก อ่านยาก และภาพลักษณ์ไม่พรีเมียม
  • สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น / สติ๊กเกอร์ 2 layer: เพิ่มพื้นที่ข้อมูลได้หลายเท่า เปิดอ่านข้อมูลด้านในได้ ทำให้หน้าฉลากหลักยังสวยและอ่านง่าย
  • รองรับหลายภาษาและข้อมูลกฎหมาย: เหมาะกับสินค้าที่ต้องมีข้อความคำเตือน/วิธีใช้/ข้อกำหนดเยอะ
  • ออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้: ผู้บริโภคได้ “เปิดอ่าน” ทำให้รู้สึกว่าฉลากมีมูลค่าและน่าเชื่อถือมากขึ้น

ทำไมสินค้าแบรนด์ใหญ่ถึงนิยมใช้สติ๊กเกอร์เปิดอ่านได้

แบรนด์ที่เลือกใช้สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ไม่ได้มีแค่เรื่อง “พื้นที่ไม่พอ” แต่เป็นเรื่องภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือด้วย เพราะฉลากคือสิ่งแรกที่ลูกค้าสัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ เมื่อข้อมูลครบ อ่านง่าย และจัดวางสวย จะช่วยยกระดับสินค้าได้ทันที
แบรนด์ที่เลือกใช้สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ไม่ได้มีแค่เรื่อง “พื้นที่ไม่พอ” แต่เป็นเรื่องภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือด้วย เพราะฉลากคือสิ่งแรกที่ลูกค้าสัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ เมื่อข้อมูลครบ อ่านง่าย และจัดวางสวย จะช่วยยกระดับสินค้าได้ทันที

เหตุผลหลักของแบรนด์ที่เลือกใช้สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ไม่ได้มีแค่เรื่อง “พื้นที่ไม่พอ” แต่เป็นเรื่องภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือด้วย เพราะฉลากคือสิ่งแรกที่ลูกค้าสัมผัสก่อนตัดสินใจซื้อ เมื่อข้อมูลครบ อ่านง่าย และจัดวางสวย จะช่วยยกระดับสินค้าได้ทันที

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือ: ใส่ข้อมูลครบถ้วนตามข้อกำหนด โดยยังรักษาความสวยของหน้าฉลาก
  • สื่อสารได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม: ทั้งเรื่องแบรนด์ สรรพคุณ วิธีใช้ คำเตือน และข้อมูลมาตรฐาน
  • ต่อยอดการตลาด: ใส่ QR Code เพื่อพาไปดูคู่มือออนไลน์ โปรโมชัน สะสมแต้ม หรือกิจกรรมลุ้นรางวัล
  • ซ่อนข้อมูลได้: เช่น โค้ดส่วนลด คูปอง หรือข้อมูลเฉพาะตัวแทน โดยยังดูเรียบร้อย

สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น เหมาะกับสินค้าแบบไหน

สติ๊กเกอร์ peel off หรือฉลากสินค้าสองชั้น เหมาะมากกับกลุ่มสินค้าที่ต้องใส่ข้อมูลละเอียด หรือมีข้อกำหนดตามกฎหมายและมาตรฐาน เช่น:

  • อาหารเสริม/วิตามิน: ต้องมีส่วนผสม วิธีรับประทาน คำเตือน เลขจดแจ้ง และข้อมูลผู้ผลิตครบ
  • เครื่องสำอาง/สกินแคร์: ส่วนผสม วิธีใช้ ข้อควรระวัง และบางแบรนด์ต้องทำหลายภาษา
  • เวชสำอาง/สินค้าเพื่อสุขภาพ: มีข้อมูลเฉพาะทางที่ยาวกว่าปกติ
  • สินค้า Export: ต้องสื่อสารหลายภาษา หรือมีข้อกำหนดฉลากตามประเทศปลายทาง
  • สินค้าแคมเปญ: ต้องซ่อนโค้ด/คูปอง/กิจกรรม และอยากให้ลูกค้าเปิดอ่านเพื่อมีส่วนร่วม

ฉลากสินค้าใส่ข้อมูลไม่พอทำยังไง?

ปัญหาคลาสสิกของเจ้าของแบรนด์คือ “พื้นที่ฉลากไม่พอ” โดยเฉพาะสินค้าขนาดเล็ก เช่น ขวดเซรั่ม ขวดยา หรือซองขนาดพกพา ถ้าลดตัวหนังสือลงมากเกินไปจะอ่านไม่ออก และทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพ วิธีแก้ที่ยั่งยืนคือใช้สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น เพื่อแยกข้อมูลออกเป็น 2 ระดับ คือข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจบนชั้นนอก และข้อมูลละเอียดด้านใน

ตัวอย่างข้อมูลที่นิยมซ่อนไว้ด้านใน (สติ๊กเกอร์ซ่อนข้อมูล):

  • โค้ดส่วนลด/คูปอง/โค้ดลุ้นรางวัล
  • ข้อมูลล็อตสินค้า วันผลิต/วันหมดอายุ (ในกรณีที่ต้องการความเรียบร้อยของหน้าฉลาก)
  • ข้อความเฉพาะช่องทางจำหน่าย/ตัวแทน
  • คำเตือน/ข้อกำหนดทางกฎหมายที่ยาว
  • คู่มือการใช้แบบละเอียด หรือคำแนะนำเพิ่มเติม

ฉลากสองชั้นใส่ QR Code ได้ไหม?

คำตอบคือ “ใส่ได้” และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สติ๊กเกอร์ 2 ชั้นได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถจัดวาง QR Code ให้ดูเป็นระเบียบบนชั้นนอก หรือซ่อนไว้ด้านในก็ได้ (ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้งาน)

สติ๊กเกอร์ 2 ชั้นได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถจัดวาง QR Code ให้ดูเป็นระเบียบบนชั้นนอก หรือซ่อนไว้ด้านในก็ได้
สติ๊กเกอร์ 2 ชั้นได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสามารถจัดวาง QR Code ให้ดูเป็นระเบียบบนชั้นนอก หรือซ่อนไว้ด้านในก็ได้
  • QR Code เพื่อให้ข้อมูลเพิ่ม: คู่มือออนไลน์ วิธีใช้แบบละเอียด คลิปสาธิต หรือหน้าเว็บสินค้า
  • QR Code เพื่อการตลาด: เก็บแต้ม สมัครสมาชิก รับคูปอง หรือเข้าร่วมกิจกรรมแคมเปญ
  • QR Code เพื่อกันปลอม: ใช้รหัสเฉพาะ (unique/variable) ร่วมกับระบบตรวจสอบ เพื่อยืนยันของแท้และติดตามการสแกน

หากแบรนด์ต้องการทำ “ฉลากกันปลอม” แบบจริงจัง แนะนำให้คุยกับผู้ผลิตเพื่อเลือกโครงสร้างฉลาก วัสดุ และรูปแบบ QR ให้เหมาะกับสินค้าจริง เพื่อให้ทั้งสแกนง่ายและยากต่อการเลียนแบบ

สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น มีกี่แบบ (Two Layer Sticker Types)

โดยทั่วไปสติ๊กเกอร์ two layer / sticker two layer มักแบ่งได้ตามวิธีการเปิดอ่านและพฤติกรรมการใช้งาน เช่น:

  • แบบ Peel Off: เปิด/ลอกชั้นบนเพื่อเผยข้อมูลด้านใน เหมาะกับงานที่ต้องการเห็นข้อมูลซ่อนแบบชัดเจน
  • แบบเปิด-ปิดได้ (Resealable): เปิดอ่านแล้วปิดกลับได้ เหมาะกับสินค้าที่ลูกค้าอาจกลับมาอ่านซ้ำ
  • แบบเน้นพื้นที่ข้อมูลมาก (หลายพับ/หลายหน้า): ใช้ในงานที่ต้องมีข้อความยาวมากเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลกฎหมายหลายประเทศ

เลือกวัสดุทำสติ๊กเกอร์ 2 ชั้นแบบไหนดี ?

วัสดุและกาวของสติ๊กเกอร์ 2 ชั้นมีผลต่อทั้ง “ความสวย” และ “การใช้งานจริง” เช่น การยึดเกาะบนขวดโค้ง ความทนชื้น หรือการเปิด-ปิดซ้ำ ดังนั้นควรเลือกจากสภาพแวดล้อมและพื้นผิวที่ติดเป็นหลัก

  • งานขวด/พื้นผิวโค้ง: ควรเลือกวัสดุและกาวที่ยืดหยุ่น ยึดเกาะดี ไม่เด้งหรือยกมุม
  • งานโดนน้ำ/ความชื้น/แช่เย็น: เลือกวัสดุทนชื้นและพิจารณาการเคลือบเพื่อป้องกันหมึกซีด
  • งานพรีเมียม: เพิ่มฟอยล์ เคลือบเงา-ด้าน หรือเทคนิคพิมพ์พิเศษเพื่อยกระดับภาพลักษณ์
  • งานต้องสแกน QR ชัวร์: คุมความคมและคอนทราสต์ของ QR ให้เหมาะกับระยะสแกนจริง

สั่งผลิตสติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ต้องเตรียมอะไรบ้าง

เพื่อให้ประเมินราคาและระยะเวลาผลิตได้แม่นยำ แนะนำให้เตรียมข้อมูลเบื้องต้นดังนี้:

  • ขนาดฉลาก และจำนวนที่ต้องการผลิต
  • พื้นผิวที่จะติด (ขวดแก้ว/พลาสติก/กล่อง/ซอง) และสภาพการใช้งาน (โดนน้ำ แช่เย็น โดนความร้อน)
  • ต้องการแบบ Peel Off หรือเปิด-ปิดได้
  • มี QR Code หรือข้อมูลผันแปร (Variable/Unique) หรือไม่
  • ไฟล์งาน (AI/PDF) หรือส่งโลโก้+ข้อความเพื่อให้ช่วยจัดวาง/ออกแบบได้

สติ๊กเกอร์ Peel off ราคาเท่าไหร่ และใช้เวลาผลิตกี่วัน

ราคาของสติ๊กเกอร์ 2 ชั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด วัสดุ โครงสร้างการเปิดอ่าน จำนวนสี เทคนิคพิมพ์ และการมี QR แบบผันแปรหรือไม่ ดังนั้นการขอใบเสนอราคาที่แม่นยำควรส่งสเปกให้ทีมประเมินก่อน

ส่วนระยะเวลาผลิตจะขึ้นกับคิวงานและความซับซ้อนของชิ้นงาน โดยทั่วไปสามารถประเมินได้ทันทีเมื่อทราบสเปกและจำนวน หากมีเดดไลน์ชัดเจน แนะนำแจ้งตั้งแต่ต้นเพื่อวางแผนการผลิตให้เหมาะสม

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น

Q: สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น คืออะไร

A: คือฉลากที่มีชั้นสติ๊กเกอร์ซ้อนกัน เปิดอ่านข้อมูลด้านในได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ข้อมูลและซ่อนข้อมูลสำคัญได้ในฉลากเดียว

Q: สติ๊กเกอร์สองชั้นต่างจากสติ๊กเกอร์ปกติยังไง

A: สติ๊กเกอร์ปกติมีพื้นที่หน้าเดียว แต่สติ๊กเกอร์ 2 ชั้นเพิ่มพื้นที่ได้หลายเท่า และทำให้หน้าฉลากหลักยังสวย อ่านง่าย

Q: สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น เหมาะกับสินค้าแบบไหน

A: เหมาะกับอาหารเสริม เครื่องสำอาง สินค้าเพื่อสุขภาพ และสินค้าที่ต้องใส่ข้อมูลกฎหมายหรือหลายภาษา

Q: ใช้กับอาหารเสริมได้ไหม

A: ได้ เหมาะมากเพราะต้องมีข้อมูลส่วนผสม วิธีทาน คำเตือน และเลขจดแจ้งหลายรายการ

Q: ใช้กับเครื่องสำอางได้ไหม

A: ได้ ช่วยใส่ส่วนผสม วิธีใช้ และคำเตือนได้ครบ โดยไม่ทำให้หน้าฉลากดูรก

Q: ฉลากสองชั้นใส่ QR Code ได้ไหม

A: ใส่ได้ ทั้งชั้นนอกและชั้นใน เหมาะกับการทำคู่มือออนไลน์ แคมเปญ หรือระบบตรวจสอบของแท้

Q: สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น กันปลอมได้ไหม

A: ทำได้ โดยใช้ QR เฉพาะรหัสหรือระบบตรวจสอบร่วมกับเทคนิคพิมพ์/วัสดุเฉพาะทางเพื่อเพิ่มความยากต่อการปลอม

Q: สติ๊กเกอร์ 2 ชั้น ราคาเท่าไหร่

A: ขึ้นกับขนาด วัสดุ จำนวน และรูปแบบการเปิดอ่าน แนะนำส่งสเปกเพื่อประเมินราคาให้แม่นยำ

Q: ถาวรเลเบิลรับออกแบบให้ไหม / ต้องเตรียมไฟล์อะไร

A: ไม่ได้รับออกแบบ กรณีสั่งผลิตต้องมีไฟล์งาน .AI หรือ PDF ที่มีความละเอียดสูง

ปรึกษางานสติ๊กเกอร์ 2 ชั้นกับ Thavornlabels

หากคุณกำลังเจอปัญหา “ฉลากสินค้าใส่ข้อมูลไม่พอ” ต้องการทำฉลากเปิดอ่านได้ หรืออยากใส่ QR Code เพื่อข้อมูลเพิ่ม/การตลาด/กันปลอม ทีม Thavornlabels พร้อมช่วยแนะนำรูปแบบ โครงสร้าง วัสดุ และสเปกที่เหมาะกับสินค้าของคุณ เพื่อให้ได้ฉลากที่สวย ใช้งานได้จริง และสแกนได้ชัวร์



เรื่องอื่น ๆ ที่คุณอาจจะสนใจ

Services

Solution ฉลาก QR Code / ระบบ CRM

โซลูชันเพื่อการป้องกันที่เหมาะกับธุรกิจคุณ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้าน Smart Label & QR Code กันปลอม ครบวงจร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี พร้อมระบบ CRM ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณจัดการสินค้าได้อย่างชาญฉลาด

QR Code กันปลอม

ฉลากกันปลอม Smart Label :  (Anti-Counterfeit Label) ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปในตัวฉลาก Smart Label ตรวจสอบสินค้าของคุณเพื้่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้าด้วยการกรอกรหัสอ้างอิง โดยตรง

สติ๊กเกอร์ QR Code กันปลอม

QR Code สำหรับการตรวจสอบสินค้าแท้ : ป้องกันการปลอมแปลงสินค้าด้วย Unique QR Code 1 ต่อ 1 / Track & Trace / ลูกค้าสแกนแล้วรู้ทันทีว่าสินค้าได้มาตรฐานจริง

QR Code ชิงโชค Lucky Draw

ระบบ CRM สะสมแต้มด้วย QR Code : เพิ่ม Customer Royalty กระตุ้นยอดขายให้ธุรกิจของคุณ ลดความยุ่งยากการจัดระบบชิงโชค ให้เราแก้ปัญหาด้วย QR Code แบบ Unique 1:1 ป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร คูปองชิงโชค

QR Code สะสมคะแนน CRM

วิธีเพิ่มยอดขาย พลิกโฉมธุรกิจด้วยระบบสะสมแต้มออนไลน์ : ในยุคดิจิทัลที่ลูกค้าต้องการความสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า การใช้ระบบสะสมแต้มกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดลูกค้า เพิ่มยอดขาย และสร้างความภักดีต่อแบรนด์

QR Code Tracking

รู้ที่มาของ Lead ว่ามาจากกิจกรรม หรือแคมเปญอะไร : ระบบแสดงผลข้อมูล วันที่ที่ลูกค้าสแกนเข้ามาได้ทันที และสร้าง QR Code ได้ไม่จำกัด วัดผลได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะออนไลน์ หรือสิ่งพิมพ์ออฟไลน์ทุกประเภท

Smart label + 3D AR

เพียงแค่สแกน QR Code   : เปลี่ยนฉลากสินค้าธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำ แค่สแกน ก็ชมภาพ VDO Animation เคลื่อนไหวได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งแอพใดๆ สร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าแชร์ต่อบน Social ยกระดับแบรนด์ให้ทันสมัยและแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย น่าเชื่อถือ 

ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมการใช้งานฉลากอัจฉริยะ (Smart Labels)

Smart label ชองเราใช้เทคโนโลยี NFC, QR Code และเซ็นเซอร์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์แบบครบถ้วน ตรวจสอบของแท้ และสร้างการสื่อสารสองทางระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้า เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

Tyre

ยางรถยนต์

Lubricant

น้ำมันเครื่องยนต์

Pharma

ฉลากเวชภัณฑ์

Supplement

ฉลากอาหารเสริม

Cosmetic

ฉลากเครื่องสำอางค์

Food

ฉลากอาหาร

Beverages

ฉลากเครื่องดื่ม

HouseHold

เครื่องใช้ในบ้าน

ศักยภาพการพิมพ์และเทคโนโลยีการผลิตของเรา

เราเลือกใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีมาตรฐานสูง ทั้งระบบ Flexo และระบบ Digital ซึ่งสามารถรองรับงานพิมพ์ได้ตั้งแต่ปริมาณน้อย ไปจนถึงงานผลิตระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้งานที่ส่งมอบมีความสวยงาม สม่ำเสมอ และตอบโจทย์การใช้งานของสินค้าในทุกประเภท

Flexography-printing-machine-thavornlabel
letterpress-printing-thavornlabel

Low Carbon Printing

ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เราเป็น โรงพิมพ์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Printing) ที่มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการทำ Carbon Credit ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และช่วยกัน รักโลก ไปพร้อมกัน

พร้อมเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของคุณให้ ฉลาด ขึ้นหรือยัง ?

เราคือ Thavorn Label — พาร์ทเนอร์ที่ช่วยคุณสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า และขับเคลื่อนธุรกิจสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
Scroll to Top